ไม่รู้คิดได้ยังไง หารู้ไม่ว่าการแสดงท่าทีเช่นนั้นจะทำให้ปั่นปวนไปทั้งประเทศ แค่กิริยาอาการที่แสดงออกให้เห็นทางสื่อหรือแม้แต่แสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสมกับสื่อ มันก็ร้ายแรงและไม่เหมาะสมอย่างมากมายอยู่แล้วในฐานะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ยังมีหน้ามาพูดทำนองนี้อีกว่า...ไม่ได้ใช้ให้มาสัมภาษณ์หรือให้สื่อมาสนใจ! อยากให้มีคนสวนกลับไปจังว่า...แล้วใครใช้ให้ท่านมาเป็นรัฐมนตรีหล่ะ ไม่อยากเจอนักข่าวก็เลี้ยงหลานและดูแลความประพฤติของลูกอยู่กับบ้านสิ!
พี่แกพยายามหาทุกช่องทางของกฎหมายเพื่อมาจัดการกับสื่อ น่าเศร้าใจนะ ปัญหาบ้านเมืองอย่างอื่นมีมากมายไม่เป็นอันขบคิด คิดแต่จะเอาชนะคะคานกับประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ผู้ซึ่งไม่ใช่พม่าอย่างที่แกแกล้งเข้าใจผิด ทีบอกว่าแกล้งเข้าใจผิดเพราะเข้าใจว่าแก่ทราบอยู่แก่ใจว่า จริงๆ แล้วคือไทยแท้ไม่ใช่พม่า
สั่งปิดกั้นสื่อเหมือนดูถูกประชาชน เหมือนดูถูกว่าประชาชนไม่สามารถใช้วิจารณญานได้ว่าควรจะดูช่องไหน รายการไหน สถานีอะไร ทำไมไม่เข้าใจว่า ยุคนี้สมัยนี้ไม่มีใครโง่หรือฉลาดมากไปกว่ากันสักเท่าไรแล้ว ตามทันกันได้อย่างไม่ยากเย็น เป็นยุคที่การสื่อสารปิดกั้นยังไงก็ปิดไม่มิด อยากฝากบอกทั้งท่านหมักและท่านเหลิมจังเลยว่า...ยุคนี้คนตายร้อยตายพันข้อมูลก็ออกมาตามนั้น ไม่ใช่คนเดียว และยุคนี้ประชาชนเขาไม่โง่แล้วด้วย
ท่าทีที่แข็งกร้าว(ในทางที่ไม่ควร),การใช้อำนาจหน้าที่คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อ ไม่น่าเชื่อว่าคนระดับด๊อกเตอร์จะไม่ทราบว่า มันคือการขุดหลุมฝังศพตัวเอง และแทนที่จะตายอย่างช้าๆ กลับจะตายเร็วยิ่งขึ้น น่าสมเพศจริงๆ ครับพี่น้อง...
วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2551
วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
แถลงการณ์ฉบับที่ 12/2551 (ล่าสุด)
แถลงการณ์ฉบับที่ 12/2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง ประกาศจุดยืนต่อกรณีรัฐบาลจะสลายการชุมนุม
ตามที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลหุ่นเชิดได้ออกอากาศรายการพิเศษผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเมื่อวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551 ในเวลา 09.00 น. ประกาศและข่มขู่ว่าจะดำเนินการขั้นแตกหัก เพื่อสลายการชุมนุมของประชาชนที่เข้าร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภายในวันนี้
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอประกาศอย่างเป็นทางการต่อท่าทีดังกล่าวต่อไปนี้
1. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยืนยันว่า การชุมนุมของประชาชนในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2551 มาตรา 69 และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยในมาตรา 70 ในการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ดำเนินไปด้วยความ สงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ อันเป็นสิทธิและเสรีภาพอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ที่บัญญัติเอาไว้ว่า:
มาตรา 63 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก
การสลายการชุมนุมเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีกฎหมายและสภาวการณ์รองรับ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ดังที่ได้เคยมีตัวอย่างคำพิพากษาศาลปกครองสงขลาคดีหมายเลขแดงที่ 51/2551 ความตอนหนึ่งว่า :
“ถึงแม้เจ้าหน้าที่รัฐจะมีอำนาจกีดขวางการชุมนุมได้ตามกฎหมาย แต่ต้องเป็นช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก แต่ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมนั้นบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก แต่ในช่วงที่มีการสลายชุมนุมนั้นบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในสภาวะดังกล่าว การสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่จึงเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด”
2. เนื่องจากการชุมนุมโดยสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธของประชาชน ได้ปฏิบัติตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่รัฐต้องการที่จะใช้กำลังในสลายการชุมนุมจะต้องอยู่ภายใต้การรองรับของกฎหมายเท่านั้น หาไม่แล้วพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะไม่สามารถยินยอมให้ใช้กำลังสลายการชุมนุมได้
3. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมเครื่องแบบที่ครบถ้วนสมบูรณ์เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่การชุมนุมได้โดยไม่ขัดขวางใดๆ ทั้งสิ้น
4. ในภาวะที่ไม่มีกฎหมายรองรับในการสลายการชุมนุม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะไม่ยินยอมให้ทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุม ไม่ยินยอมให้เคลื่อนย้ายหรือทำลายทรัพย์สินใดๆออกจากการสถานที่การชุมนุม และพร้อมใช้สิทธิปกป้องรักษาชีวิตและทรัพย์สินตามสมควรแก่เหตุ
5. หากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือประกาศกฎอัยการศึก พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ
6. หากมีการสลายการชุมนุมที่มิชอบโดยกฎหมาย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้กับความไม่ถูกต้องต่อไป และดำเนินภารกิจศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดให้สำเร็จจนถึงที่สุด หากมีการจับกุมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็จะมีตัวแทนแกนนำประชาชนเพื่อสานต่อภารกิจในการต่อสู้ต่อไป
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
31 พฤษภาคม 2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง ประกาศจุดยืนต่อกรณีรัฐบาลจะสลายการชุมนุม
ตามที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลหุ่นเชิดได้ออกอากาศรายการพิเศษผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเมื่อวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551 ในเวลา 09.00 น. ประกาศและข่มขู่ว่าจะดำเนินการขั้นแตกหัก เพื่อสลายการชุมนุมของประชาชนที่เข้าร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภายในวันนี้
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอประกาศอย่างเป็นทางการต่อท่าทีดังกล่าวต่อไปนี้
1. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยืนยันว่า การชุมนุมของประชาชนในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2551 มาตรา 69 และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะปวงชนชาวไทยในมาตรา 70 ในการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ดำเนินไปด้วยความ สงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ อันเป็นสิทธิและเสรีภาพอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ที่บัญญัติเอาไว้ว่า:
มาตรา 63 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก
การสลายการชุมนุมเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีกฎหมายและสภาวการณ์รองรับ จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ดังที่ได้เคยมีตัวอย่างคำพิพากษาศาลปกครองสงขลาคดีหมายเลขแดงที่ 51/2551 ความตอนหนึ่งว่า :
“ถึงแม้เจ้าหน้าที่รัฐจะมีอำนาจกีดขวางการชุมนุมได้ตามกฎหมาย แต่ต้องเป็นช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก แต่ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมนั้นบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก แต่ในช่วงที่มีการสลายชุมนุมนั้นบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในสภาวะดังกล่าว การสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่จึงเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด”
2. เนื่องจากการชุมนุมโดยสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธของประชาชน ได้ปฏิบัติตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่รัฐต้องการที่จะใช้กำลังในสลายการชุมนุมจะต้องอยู่ภายใต้การรองรับของกฎหมายเท่านั้น หาไม่แล้วพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะไม่สามารถยินยอมให้ใช้กำลังสลายการชุมนุมได้
3. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมเครื่องแบบที่ครบถ้วนสมบูรณ์เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่การชุมนุมได้โดยไม่ขัดขวางใดๆ ทั้งสิ้น
4. ในภาวะที่ไม่มีกฎหมายรองรับในการสลายการชุมนุม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะไม่ยินยอมให้ทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุม ไม่ยินยอมให้เคลื่อนย้ายหรือทำลายทรัพย์สินใดๆออกจากการสถานที่การชุมนุม และพร้อมใช้สิทธิปกป้องรักษาชีวิตและทรัพย์สินตามสมควรแก่เหตุ
5. หากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือประกาศกฎอัยการศึก พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ
6. หากมีการสลายการชุมนุมที่มิชอบโดยกฎหมาย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้กับความไม่ถูกต้องต่อไป และดำเนินภารกิจศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดให้สำเร็จจนถึงที่สุด หากมีการจับกุมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็จะมีตัวแทนแกนนำประชาชนเพื่อสานต่อภารกิจในการต่อสู้ต่อไป
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
31 พฤษภาคม 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


